เมื่อเลือกขนาดแอร์ 4 ทิศทาง ได้เหมาะสม จะได้รับประโยชน์ เช่น แอร์สามารถทำความเย็นได้เต็มประสิทธิภาพ ห้องเย็นสบายตลอดวัน ประหยัดค่าไฟ อายุการใช้งานยาว
เครื่องปรับอากาศแบบ 4 ทิศทาง หรือที่เรียกกันว่าแอร์ฝังฝ้าเพดาน กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในสำนักงาน ร้านค้า โชว์รูม ห้องประชุม คลินิก ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่กว้างขวาง เพราะมีข้อได้เปรียบในการกระจายอากาศเย็นได้ทั่วถึงและสม่ำเสมอกว่าแอร์ติดผนังทั่วไป อีกทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่และสร้างความสวยงามให้กับห้อง อย่างไรก็ตาม การเลือกขนาดแอร์ 4 ทิศทางให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากเลือกขนาดไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่เกินไป จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำความเย็น ค่าใช้จ่าย และอายุการใช้งานของเครื่อง
แอร์ 4 ทิศทางเป็นเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งฝังลงบนฝ้าเพดาน มีช่องระบายอากาศเย็น 4 ด้าน สามารถกระจายอากาศเย็นได้รอบทิศทาง ครอบคลุมพื้นที่กว้างและสม่ำเสมอกว่าแอร์ติดผนังที่ระบายอากาศเพียงทิศทางเดียว การออกแบบนี้ทำให้แอร์ 4 ทิศทางเหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ห้องที่มีผังเปิดโล่ง หรือพื้นที่ที่ต้องการการกระจายอากาศที่ดี
โครงสร้างของแอร์ 4 ทิศทางประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่ฝังอยู่เหนือฝ้าเพดาน โดยมีเพียงแผงหน้ากากและช่องระบายลมที่มองเห็นได้ และคอมเพรสเซอร์ที่ติดตั้งนอกอาคาร ซึ่งช่วยให้ห้องดูสวยงามเรียบร้อยและไม่เสียพื้นที่ใช้สอย
BTU ย่อมาจาก British Thermal Unit เป็นหน่วยวัดความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ โดย 1 BTU คือปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์ มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศาฟาเรนไฮต์
ยิ่งค่า BTU สูง หมายความว่าเครื่องปรับอากาศมีความสามารถในการทำความเย็นได้มากขึ้น เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ ในทางกลับกัน หากเลือก BTU ต่ำเกินไปสำหรับพื้นที่ใหญ่ เครื่องจะทำงานหนักเกินไป ไม่สามารถทำความเย็นได้ตามต้องการ และอาจเสียหายเร็ว
สำหรับแอร์ 4 ทิศทาง ขนาดที่พบเห็นทั่วไปในท้องตลาดมีตั้งแต่ 18,000 BTU ไปจนถึง 60,000 BTU ซึ่งแต่ละขนาดจะเหมาะสมกับพื้นที่ที่แตกต่างกันไป
หลักการพื้นฐานในการคำนวณขนาดแอร์คือ ต้องใช้ความเย็นประมาณ 600-700 BTU ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร สำหรับห้องปรับอากาศทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติจริง ตัวเลขนี้อาจต้องปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามปัจจัยต่าง ๆ
สูตรการคำนวณพื้นฐาน คือ พื้นที่ (ตารางเมตร) x 600-700 = ขนาด BTU ที่ต้องการ
ตัวอย่างเช่น หากมีห้องขนาด 40 ตารางเมตร จะได้ 40 x 600 = 24,000 BTU (กรณีห้องธรรมดา) 40 x 700 = 28,000 BTU (กรณีห้องที่มีปัจจัยเพิ่มเติม)
ดังนั้น สำหรับห้องขนาด 40 ตารางเมตร ควรเลือกแอร์ขนาดประมาณ 24,000-28,000 BTU
การเลือกขนาดแอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ ดังนี้
1. ความสูงของเพดาน หากเพดานสูงมากกว่า 3 เมตร ต้องเพิ่มขนาด BTU อีกประมาณ 10-20% เพราะมีปริมาตรอากาศที่ต้องทำความเย็นมากขึ้น ถ้าเพดานสูงถึง 4 เมตร อาจต้องเพิ่มถึง 30%
2. ทิศทางและแสงแดด ห้องที่มีหน้าต่างหันไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้ รับแสงแดดจัด ต้องเพิ่มขนาดแอร์ประมาณ 10-15% ส่วนห้องที่มีกระจกบานใหญ่ ถ้าไม่มีฟิล์มกันความร้อนหรือม่านหนา อาจต้องเพิ่มถึง 20-25%
3. จำนวนคนใช้งาน คนหนึ่งคนจะปล่อยความร้อนประมาณ 400-600 BTU ต่อชั่วโมง หากมีคนใช้งานหนาแน่น เช่น ห้องประชุม ร้านอาหาร ฟิตเนส ต้องเพิ่มความเย็นตามจำนวนคนที่คาดว่าจะใช้งาน
4. เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จะก่อให้เกิดความร้อน คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง จะปล่อยความร้อนประมาณ 300-500 BTU หากมีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาก ควรเพิ่ม BTU ตามสมควร
5. ฉนวนกันความร้อนของอาคาร หากอาคารเก่าที่ไม่มีฉนวนกันความร้อน หรือมีผนังเป็นเหล็ก จะต้องเพิ่ม BTU ประมาณ 15-20% ในขณะที่อาคารใหม่ที่มีฉนวนดี อาจลด BTU ลงได้ 5-10%
6. ประเภทของพื้นที่ใช้งาน ถ้าเป็นร้านอาหารที่มีเตาครัวร้อน ๆ ต้องเพิ่ม BTU มากถึง 30-50% ฟิตเนสที่มีคนออกกำลังกายต้องเพิ่ม 20-30% ส่วนห้องเก็บข้อมูลที่ต้องการอุณหภูมิเย็นสม่ำเสมออาจต้องเพิ่ม 25-40%
เมื่อเลือกขนาดแอร์ 4 ทิศทางได้อย่างเหมาะสม จะได้รับประโยชน์ดังนี้
- ได้รับประสิทธิภาพสูงสุด แอร์สามารถทำความเย็นได้เต็มประสิทธิภาพ ห้องเย็นสบายตลอดเวลา
- ประหยัดค่าไฟ เนื่องจากเครื่องไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ค่าไฟไม่สูงเกินควร
- อายุการใช้งานยาวนาน ตัวเครื่องไม่ได้ทำงานหนักเกินกำลัง ทำให้อุปกรณ์ไม่เสื่อมสภาพเร็ว มีอายุการใช้งานยืนยาวมากขึ้น
- ช้วยลดความชื้น เพราะถ้าคุณเลือกใช้แอร์ขนาดที่เหมาะสม จะสามารถดึงความชื้นออกจากอากาศได้ดี ไม่ทำให้ชื้นหรือแห้งเกินไป
- เสียงเงียบ เนื่องจากเครื่องไม่ต้องทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา จึงทำงานเงียบกว่า
กรณีเลือกขนาดเล็กเกินไป
- ห้องไม่เย็นตามต้องการ
- เครื่องทำงานหนักตลอดเวลา กินไฟมาก
- อุณหภูมิไม่คงที่ ไม่สบาย
- คอมเพรสเซอร์เสื่อมเร็ว อายุสั้น
- ไม่สามารถลดความชื้นได้ดี
กรณีเลือกขนาดใหญ่เกินไป
- ราคาซื้อและติดตั้งแพงเกินความจำเป็น
- เสียค่าไฟในการเริ่มต้นเครื่องบ่อยๆ
- ห้องอาจเย็นจัดเกินไปในบางจุด
การเลือกขนาดแอร์ 4 ทิศทางที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความสะดวกสบาย ค่าใช้จ่าย และอายุการใช้งานของเครื่อง ก่อนติดตั้งควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญหรือวิศวกรเพื่อคำนวณและออกแบบระบบให้เหมาะสมที่สุด การลงทุนในแอร์ขนาดที่เหมาะสมอาจมีราคาแพงกว่าในตอนแรก แต่จะคุ้มค่าในระยะยาวด้วยประสิทธิภาพที่ดี ค่าไฟที่ประหยัด และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น