วิธีดูแลแอร์ Midea ให้ทน ประหยัดไฟ ใช้นาน 10 ปี แบบช่างแนะนำ

History
ประเทศ/พื้นที
alt Thailand
ภาษา
ไทย
ยกเลิก ภาษา ยืนยัน
วิธีดูแลแอร์-midea
วิธีดูแลแอร์ Midea ให้ทน ประหยัดไฟ ใช้นาน 10 ปี แบบช่างแนะนำ

เครื่องปรับอากาศกลายมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย ที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี ถ้าไม่มีแอร์ดี ๆ สักเครื่องก็คงจะลำบากไม่น้อย แต่สิ่งที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับการซื้อหรือการใช้แอร์ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการดูแลรักษาและความคุ้มค่า เพราะเอาเข้าจริง ปัญหาหลัก ๆ ที่หลายบ้านไม่ติดแอร์ก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายนั่นเอง ดังนั้น ถ้าตัดสินใจว่าจะซื้อแล้ว ก็ควรที่จะรู้วิธีการดูแลรักษา และการใช้งานให้ถูกวิธี เพื่อให้แอร์ของคุณทนทาน อยู่คู่บ้านไปได้ยาวนานเป็น 10 ปี

2026/02/13

หัวใจสำคัญของการดูแลแอร์

         1. ทำความสะอาดแผ่นกรองเป็นประจำ

         การทำความสะอาดถือเป็นหัวใจสำคัญ ของการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ ช่างลายคนแนะนำให้ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ แต่ถ้าหากมีการใช้งานหนักหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แผ่นกรองอากาศที่สะอาดจะช่วยให้อากาศไหลเวียนได้สะดวก ทำให้เครื่องไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ส่งผลให้ประหยัดไฟและลดการสึกหรอของชิ้นส่วน

            นอกจากแผ่นกรองแล้ว ครีบระบายอากาศที่ตัวเครื่องภายในและคอยล์ทำความเย็นก็ต้องได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำเช่นกัน โดยแนะนำให้ใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นออกเบา ๆ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก แต่ถ้าต้องการล้างให้สะอาดจริง ๆ ควรเรียกช่างมืออาชีพมาล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อเป็นการทำความสะอาดครั้งใหญ่และช่วยตรวจสอบสภาพของแอร์ไปในตัว

         2. การตรวจสอบและบำรุงรักษาคอยล์เย็น

            คอยล์เย็นคือท่ออลูมิเนียมขดที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นกรอง ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อน ถ้าฝุ่นเกาะหนา จะลดพื้นที่สัมผัสอากาศ ทำให้แอร์เย็นช้าและกินพลังงานมากขึ้น

การดูแลง่าย ๆ โดยเริ่มด้วยการถอดแผ่นกรองออก แล้วใช้แปรงขนนุ่มหรือแปรงสีฟันเก่าปัดฝุ่นตามแนวนอนของครีบคอยล์ ระวังอย่ากดแรงเพราะครีบเหล่านี้อ่อนบาง หากฝุ่นแน่นใช้เครื่องดูดฝุ่นหัวแคบ ๆ ดูดเบา ๆ สำหรับคราบมันหรือฝุ่นเก่า ให้ฉีดสเปรย์โฟมทำความสะอาดแอร์โดยเฉพาะ หาซื้อได้ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า พ่นให้ทั่ว รอ 5-10 นาที แล้วฉีดน้ำสะอาดล้างออก ใช้ถาดหรือผ้าปูรองรับน้ำย้อนไหล ทำทุก 2-3 เดือนเพื่อให้แอร์กลับมาเย็นฉ่ำเหมือนใหม่

         3. กำจัดฝุ่นจากใบพัดลมและมอเตอร์

ใบพัดลมที่อยู่ในตัวเครื่องทำหน้าที่หมุนเวียนลมเย็น ถ้ามีฝุ่นเกาะจะทำให้ลมหมุนช้า เสียงดัง และแอร์ต้องเร่งรอบเพื่อชดเชย ส่งผลให้ค่าไฟพุ่ง

สามารถทำความสะอาดได้โดยหยุดเครื่องและถอดปลั๊กก่อน ปัดฝุ่นใบพัดด้วยแปรงนุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด เช็ดวนตามทิศทางใบพัดเพื่อไม่ให้ถอดยาก หากมีจุดที่เข้าถึงยาก ให้ฉีดสเปรย์อัดแรงลมกระป๋อง พ่นไล่ฝุ่น แล้วเช็ดทำความสะอาดมอเตอร์ใกล้เคียง ทำเดือนละครั้งเพื่อลมเย็นไหลลื่น ได้อากาศที่สดชื่นยิ่งขึ้น

         4. ดูแลถาดน้ำและท่อระบายอย่างสม่ำเสมอ

เมื่ออากาศเย็นตัวลง จะควบแน่นเป็นละอองน้ำไหลลงถาดรอง ถ้าสะสมนานจะกลายเป็นตะกอนเชื้อรา มีกลิ่นเหม็น และอาจรั่วเปื้อนได้ ควรหมั่นตรวจถาดทุกเดือน โดยถอดออกมาล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชูหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจาง ขัดคราบด้วยแปรงพลาสติก ส่วนท่อระบายที่ยาวออกนอกห้อง ใช้น้ำยาฉีดล้างหรือเป่าลมย้อนจากปลายทาง ถ้ามีการอุดตันรุนแรง ให้ใช้สายยางบาง ๆ สอดเข้าไปดันสิ่งอุดตันออก ตรวจสอบรอยแตกร้าวรอบท่อเพื่อป้องกันน้ำหยดซึม วิธีนี้ไม่เพียงป้องกันปัญหา แต่ยังช่วยยับยั้งเชื้อโรคในอากาศ ทำให้ทุกคนในบ้านสุขภาพดี

         5. เช็ดชำระล้างตัวเครื่องภายนอกบ่อยๆ

ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่อง หน้ากากรับลม และช่องเป่า มักมีฝุ่นจับอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะอยู่ภายนอก คุณสามารถทำความสะอาดง่าย ๆ ด้วยตัวเอง วิธีการคือใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน เช็ดวนเบา ๆ แล้วเช็ดแห้ง หลีกเลี่ยงน้ำยาเคมีแรงเพราะอาจทำสีซีด ทำสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้เครื่องดูใหม่ สวยงาม

         6. ดูแลชุดคอนเดนเซอร์ภายนอกให้โล่งโปร่ง

ชุดคอนเดนเซอร์เป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบทำความเย็นหรือปรับอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่นอกบ้าน ทำให้ต้องรับแดดฝน ฝุ่น ใบไม้และขยะอยู่ตลอด ถ้าทางลมอุดตัน คอมเพรสเซอร์จะร้อนจัด ทำงานหนัก กินไฟเยอะ

ในการติดตั้ง ควรตัดแต่งกิ่งไม้รอบ ๆ ให้ห่างอย่างน้อย 50 ซม. พยายามไม่ให้มีสิ่งกีดขวางในบริเวณใกล้ ๆ ล้างฝุ่นด้วยน้ำ หรือให้เครื่องปั๊มแรงดันต่ำฉีดน้ำจากบนลงล่าง หลีกเลี่ยงเครื่องแรงดันสูงเพราะทำครีบคอยล์บุบ หมั่นตรวจสายไฟและข้อต่อให้แน่นหนา ควรทำทุก 1-2 เดือน โดยเฉพาะหน้าฝน

         7. ลดภาระการทำงานของแอร์

แม้ดูแลดี แต่ถ้าห้องไม่ปิดมิด แอร์ก็ต้องทำงานหนักขึ้น  เกิดความสิ้นเปลือง ลองปิดม่านบังแดด ใช้พรมกันความร้อนพื้น หลีกเลี่ยงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อนให้เกิดความร้อน และตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25-26°C เพื่อประหยัดพลังงานและเงิน เปิดโหมด Eco หรือ Timer ก่อนนอน ตั้งเวลาเปิด - ปิดเอาไว้ จะช่วยลดค่าไฟได้มากถึง 20-30%

คำเตือนด้านความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้

ก่อนการทำความสะอาดทุกครั้ง ควรถอดปลั๊กไฟเพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อต ทางที่ดีควรสวมรองเท้ายางและถุงมือกันไฟฟ้าสถิต ถ้าไม่ถนัดถอดชิ้นส่วน ให้ทำแค่ภายนอกและแผ่นกรองก็พอ หมั่นสังเกตว่าถ้าแอร์ไม่เย็นภายใน 10-15 นาที อาจจะเกิดจากน้ำยาแอร์รั่ว อย่าพยายามเติมเอง ควรเรียกช่างมาตรวจเช็คและซ่อมบำรุง การดูแลแอร์อย่างสม่ำเสมอไม่เพียงทำให้บ้านเย็นฉ่ำ ค่าไฟถูกลง แต่ยังกรองอากาศให้บริสุทธิ์ ลดภูมิแพ้ และยืดอายุเครื่องได้หลายปี ถ้าอยากให้แอร์ของคุณอยู่ได้ยาวนานเป็น 10 ปี ก็ต้องลองนำไปปฏิบัติดู แล้วคุณจะสัมผัสความแตกต่างได้ชัดเจน