วิธีเลือกขนาด BTU แอร์ให้พอดีกับห้องนอนและห้องนั่งเล่น

History
ประเทศ/พื้นที
alt Thailand
ภาษา
ไทย
ยกเลิก ภาษา ยืนยัน
ข่าวประชาสัมพันธ์-2-2
วิธีเลือกขนาด BTU แอร์ให้พอดีกับห้องนอนและห้องนั่งเล่น

เลือก BTU แอร์ไม่ได้ดูแค่ขนาดห้อง แต่ต้องดูความสูงฝ้า ทิศทางแดด และความร้อนจากคนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย คู่มือนี้มีตารางเทียบขนาดห้องกับ BTU และแรงม้า พร้อมรุ่นแอร์ Midea ที่ตรงกับแต่ละขนาด

2026/09/23

คู่มือเลือกขนาด BTU แอร์ ห้องนอนและห้องนั่งเล่นควรใช้เท่าไหร่

เวลาซื้อแอร์ คำถามที่ตอบยากที่สุดสำหรับหลายบ้านไม่ใช่จะเลือกยี่ห้อไหน แต่คือห้องนี้ต้องใช้กี่ BTU

เลือก BTU สูงเกินไป ห้องจะเย็นเร็วเกินจนคอมเพรสเซอร์ตัดแล้วเปิดใหม่บ่อย ประสิทธิภาพลดลงและดึงความชื้นได้ไม่พอ

เลือก BTU ต่ำเกินไป เครื่องจะทำงานเต็มกำลังตลอดโดยที่ห้องไม่ลงถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ กินไฟมากขึ้นและคอมเพรสเซอร์รับภาระหนักกว่าที่ควร

การเลือกขนาดที่พอดีจึงมาจาก 4 เรื่อง

  • ขนาดห้องเป็นตารางเมตร ซึ่งเป็นจุดตั้งต้น

  • ความสูงฝ้าและผังห้อง ฝ้าสูงและผังเปิดโล่งต้องการกำลังทำความเย็นมากขึ้น

  • ทิศทางแดดและฉนวน ห้องที่โดนแดดบ่ายและผนังเก็บความร้อนจะมีภาระความเย็นสูงกว่า

  • คนและเครื่องใช้ไฟฟ้า ยิ่งคนเยอะและเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ ความร้อนในห้องก็ยิ่งสูง

ด้านล่างแยกอธิบายทีละเรื่อง พร้อมรุ่นแอร์ Midea ที่ตรงกับห้องแต่ละแบบ

  1. เทียบขนาดห้องกับ BTU

วิธีที่ตรงที่สุดคือเอาพื้นที่ห้องเป็นตารางเมตรมาเทียบกับขนาด BTU โดยคำนวณจาก 700 ถึง 800 BTU ต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรม

ขนาดห้อง

BTU ที่แนะนำ

ห้องแบบที่พบบ่อย

12 ถึง 15 ตร.ม.

ประมาณ 9,000 BTU

ห้องนอนเดี่ยว ห้องทำงาน ห้องรับรอง

15 ถึง 20 ตร.ม.

ประมาณ 12,000 BTU

ห้องนอนมาตรฐาน ห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก

20 ถึง 28 ตร.ม.

ประมาณ 18,000 BTU

ห้องนอนใหญ่ ห้องนั่งเล่นขนาดกลาง

28 ตร.ม. ขึ้นไป

24,000 BTU ขึ้นไป

ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ผังเปิดโล่ง

ถ้าคุณดูจากแรงม้า (HP) แทน BTU ค่าที่ใกล้เคียงกันคือ

  • 1 HP ประมาณ 9,000 ถึง 10,000 BTU

  • 1.5 HP ประมาณ 12,000 ถึง 13,000 BTU

  • 2 HP ประมาณ 18,000 BTU

  • 2.5 HP ประมาณ 24,000 BTU

ขนาด 1.5 HP หรือราว 12,000 BTU เป็นขนาดที่บ้านคนไทยเลือกใช้มากที่สุด

ตัวอย่างที่พบบ่อยในบ้านคนไทย

  • ห้องนอนในคอนโดขนาดราว 14 ตร.ม. ใช้ประมาณ 9,000 BTU

  • ห้องนอนมาตรฐานขนาด 16 ถึง 18 ตร.ม. ใช้ประมาณ 12,000 BTU

  • ห้องสตูดิโอหรือห้องนั่งเล่นขนาด 24 ถึง 26 ตร.ม. ใช้ประมาณ 18,000 BTU

ตารางนี้เป็นจุดตั้งต้นเท่านั้น ถ้าห้องของคุณเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ควรขยับขึ้นไปอีกขั้น

  1. ดูความสูงฝ้าและผังห้อง

กำลังทำความเย็นคิดจากปริมาตรอากาศ ไม่ใช่พื้นที่พื้นอย่างเดียว

ห้องขนาด 18 ตร.ม. ที่ฝ้าสูง 3.5 เมตร มีอากาศที่ต้องทำให้เย็นมากกว่าห้องขนาดเท่ากันที่ฝ้าสูง 2.5 เมตรอย่างชัดเจน บ้านเก่า ทาวน์เฮาส์ที่ต่อเติมชั้นลอย และคอนโดแบบ loft อยู่ในกลุ่มนี้

เมื่อเพดานสูงขึ้น ปริมาตรอากาศที่ต้องทำความเย็นจะเพิ่มขึ้น แม้พื้นที่พื้นเท่าเดิม จึงควรคำนวณภาระความเย็นใหม่โดยพิจารณาความสูงของห้องร่วมด้วย

ผังเปิดโล่งก็เป็นแบบเดียวกัน ห้องนั่งเล่นที่เชื่อมกับห้องอาหารหรือครัวเปิด ลมเย็นจะกระจายออกไปนอกพื้นที่ที่คุณวัด เครื่องจึงต้องใช้กำลังมากกว่าเพื่อรักษาอุณหภูมิ

ควรขยับขึ้นเมื่อไร

ถ้าฝ้าสูงเกิน 3 เมตร หรือห้องเป็นผังเปิดโล่ง ให้ขยับขึ้นไปอีกขั้น เช่นจาก 12,000 BTU เป็น 18,000 BTU

  1. ดูทิศทางแดดและฉนวน

ห้องที่รับแดดช่วงบ่ายโดยตรงมักมีภาระความร้อนสูงกว่าห้องที่ไม่ได้รับแดดโดยตรง ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นที่หันไปทางตะวันตกและมีกระจกบานใหญ่จะมีภาระความเย็นสูงขึ้นมาก

คอนโดใหม่ที่ผนังบางและใช้วงกบอะลูมิเนียมมักมีฉนวนไม่ดีนัก ความร้อนจากระเบียง ทางเดิน และห้องข้างเคียงจึงเข้ามาได้ง่าย ห้องชั้นบนสุดยิ่งหนักกว่า เพราะหลังคารับแดดตรงทั้งวัน ตอนบ่ายจึงร้อนกว่าชั้นล่างอย่างเห็นได้ชัด

วิธีตรวจสอบง่าย ๆ คือช่วงบ่ายสองถึงบ่ายสี่ ลองเอามือแตะผนังหรือกระจกฝั่งตะวันตก ถ้ารู้สึกอุ่นชัดเจน แปลว่ามีความร้อนเข้าห้องต่อเนื่อง

ควรขยับขึ้นเมื่อไร

  • ผนังหันทิศตะวันตกและมีหน้าต่างกระจกทั่วไป ขยับขึ้นครึ่งขั้น

  • กระจกบานสูงจากพื้นถึงฝ้าหรือพื้นที่กระจกกว้าง ขยับขึ้นครึ่งขั้น

  • ห้องชั้นบนสุดที่โดนแดดตรง ขยับขึ้นเต็มขั้น

  1. บวกความร้อนจากคนและเครื่องใช้ไฟฟ้า

คนหนึ่งคนขณะพักผ่อนปล่อยความร้อนราว 100 วัตต์ และมากกว่านั้นเมื่อเคลื่อนไหวหรือทำอาหาร คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ทำงานเต็มกำลังปล่อยความร้อนได้ 200 ถึง 400 วัตต์ ส่วนทีวีอยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 200 วัตต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวสูงกว่านั้นอีก

จำนวนคนและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานพร้อมกันจะเพิ่มภาระความร้อนของห้อง จึงควรนำมารวมในการคำนวณ BTU

ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือห้องนั่งเล่นที่ใช้รวมญาติวันหยุด มีคน 4 ถึง 5 คน ทีวีเปิดอยู่ และความร้อนจากครัวลอยเข้ามา เครื่องที่เลือกจากสมมติฐานว่า 25 ตร.ม. เท่ากับ 18,000 BTU อาจเอาไม่อยู่ ขณะที่ห้องเดียวกันในวันธรรมดาที่มีคนอยู่แค่สองคน ขนาดเท่านี้ก็เพียงพอ

ควรขยับขึ้นเมื่อไร

ห้องที่มีคนหลายคนหรือเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นพร้อมกันเป็นประจำ ควรขยับขึ้นครึ่งขั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกขนาด

หลายบ้านเลือกเครื่องที่เล็กกว่าที่ควรเพื่อประหยัดตอนซื้อ แต่กลับจ่ายค่าไฟและค่าดูแลรักษามากกว่าในระยะยาว

  • เลือกเล็กเกินไป แอร์เย็นช้า ทำงานเต็มกำลังเป็นเวลานาน กินไฟมากขึ้น และคอมเพรสเซอร์รับภาระหนัก

  • เลือกใหญ่เกินไป ห้องเย็นเร็วเกินจนคอมเพรสเซอร์ตัดแล้วเปิดใหม่บ่อย ดึงความชื้นได้ไม่พอ ห้องจึงเย็นแต่ยังรู้สึกเหนียวตัว ซึ่งเห็นผลชัดในสภาพอากาศชื้นแบบไทย

เป้าหมายไม่ใช่การซื้อเครื่องใหญ่ที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่คือการเลือกขนาดที่พอดีกับห้อง แล้วจับคู่กับระบบอินเวอร์เตอร์ที่มีประสิทธิภาพ

ทำไมแอร์อินเวอร์เตอร์จึงยืดหยุ่นกว่าเรื่องขนาด

แอร์แบบไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ไวต่อขนาดมาก เลือกผิดขั้นเดียว เครื่องก็จะตัดแล้วเปิดใหม่ไม่หยุด หรือไม่ก็เย็นไม่ทัน

อินเวอร์เตอร์ทำงานคนละแบบ แทนที่จะหยุดแล้วสตาร์ทใหม่ที่กำลังเต็ม เครื่องจะปรับรอบคอมเพรสเซอร์ตามความต้องการทำความเย็นของห้อง ทำให้รับมือกับขนาดที่ไม่พอดีเป๊ะได้ดีกว่า และประหยัดไฟกว่าไปพร้อมกัน

แอร์ติดผนัง Midea ในไทยมีทั้ง Celest Inverter, CHIONE Inverter และ NUMEN Series ซึ่งเป็นระบบอินเวอร์เตอร์และได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งเป็นฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน ไทยเป็นประเทศที่มีเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานสำหรับเครื่องปรับอากาศเข้มงวดที่สุดกลุ่มหนึ่งในอาเซียน

รุ่นอินเวอร์เตอร์ทุกรุ่นมี ECO MASTER ที่ควบคุมโดย AI บนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ช่วยประหยัดไฟเพิ่มขึ้น 30% และควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำถึง ±0.3°C ผ่านการรับรองจาก SGS ความแม่นยำระดับนี้ช่วยให้ห้องอยู่ในอุณหภูมิที่สม่ำเสมอ แม้ขนาดเครื่องกับห้องจะไม่ได้พอดีเป๊ะ

รุ่นแอร์ Midea ที่ตรงกับห้องแต่ละขนาด

ขนาดห้อง

ขนาดที่แนะนำ

Celest Inverter

CHIONE Inverter

12 ถึง 15 ตร.ม.

ประมาณ 9,000 BTU

9,360 BTU

9,360 BTU

15 ถึง 20 ตร.ม.

ประมาณ 12,000 BTU

12,000 BTU

12,000 BTU

20 ถึง 28 ตร.ม.

ประมาณ 18,000 BTU

18,000 BTU

18,000 BTU

28 ตร.ม. ขึ้นไป

24,000 BTU ขึ้นไป

24,000 BTU

24,500 BTU

Celest Inverter และ CHIONE Inverter มีครบทุกขนาด จึงเลือกขนาดตามห้องก่อน แล้วค่อยเลือกซีรีส์ตามสิ่งที่ห้องนั้นต้องการ ดูรุ่นและขนาดทั้งหมดได้ที่ แอร์บ้าน Midea

  • ทุกรุ่นอินเวอร์เตอร์มีชุดเทคโนโลยีหลักเหมือนกัน คือ ECO MASTER ประหยัดไฟเพิ่ม 30% รับรองโดย SGS, COOL FLASH ที่ลดอุณหภูมิ 5°C ใน 10 นาที และ Prime Guard ที่เพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน

  • ห้องนอนที่หน้าฝนรู้สึกอบเป็นประจำ เลือก CHIONE Inverter ที่มี AI Humidity Control คุมความชื้นในช่วง 40% ถึง 70% RH และ Silent Mode ลดเสียงคอยล์ร้อนสูงสุด 3 dB การสั่งงานผ่านมือถือเป็นอุปกรณ์เสริม ต้องติดตั้ง WiFi Kit เพิ่มเพื่อเชื่อมต่อกับแอป SmartHome

ถ้าห้องติดตั้งแอร์แบบแยกส่วนไม่ได้ เช่น ห้องเช่าที่เจาะผนังไม่ได้ ยังมีแอร์เคลื่อนที่ซีรีส์ MPA ขนาด 7,000 BTU สำหรับห้อง 9 ถึง 14 ตร.ม. และ 9,000 BTU สำหรับห้องที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นระบบธรรมดาที่ไม่ใช่อินเวอร์เตอร์

สรุปวิธีเลือกให้พอดี

เริ่มจากวัดพื้นที่ห้องแล้วเทียบกับตารางเพื่อหาจุดตั้งต้น จากนั้นขยับขึ้นถ้าห้องมีฝ้าสูง โดนแดดบ่าย เป็นผังเปิดโล่ง หรือมีคนและเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่หลายชิ้นเป็นประจำ

แอร์ติดผนัง Midea ในไทยครอบคลุมตั้งแต่ 9,360 ถึง 24,500 BTU ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 1529-2561 ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยของเครื่องปรับอากาศ พร้อมรับประกันตามนโยบายของ Midea ประเทศไทย

หลังติดตั้งแล้ว แนะนำให้ลงทะเบียนผลิตภัณฑ์เพื่อเปิดใช้สิทธิ์รับประกัน และตรวจสอบร้านใกล้บ้านได้ที่หน้าค้นหาร้านค้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกขนาด BTU

Q1: ห้องนอน 15 ตารางเมตร ควรใช้แอร์กี่ BTU

ประมาณ 12,000 BTU ถ้าห้องหันไปทางทิศตะวันตก อยู่ชั้นบนสุด หรือมีกระจกบานใหญ่ ควรขยับขึ้นเป็น 18,000 BTU

Q2: ห้องนั่งเล่น 25 ตารางเมตร ควรใช้กี่ BTU

ประมาณ 18,000 BTU แต่ถ้าห้องนั่งเล่นเชื่อมกับห้องอาหารหรือครัวเปิด ให้นับพื้นที่ส่วนที่เชื่อมกันเข้าไปด้วย ซึ่งมักต้องใช้ถึง 24,000 BTU

Q3: แอร์ 1.5 แรงม้า เท่ากับกี่ BTU

ประมาณ 12,000 ถึง 13,000 BTU ซึ่งเป็นขนาดที่บ้านคนไทยเลือกใช้มากที่สุด เหมาะกับห้องนอนมาตรฐานขนาด 15 ถึง 20 ตร.ม.

Q4: เลือก BTU สูงเกินไปจะเป็นอย่างไร

ห้องจะเย็นเร็วเกินจนคอมเพรสเซอร์ตัดแล้วเปิดใหม่บ่อย ดึงความชื้นได้ไม่พอ ห้องจึงเย็นแต่ยังรู้สึกเหนียวตัว ห้องนอนโดยเฉพาะไม่ควรเลือกใหญ่เกิน

Q5: เลือก BTU ต่ำเกินไปจะเป็นอย่างไร

คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มกำลังตลอดโดยที่ห้องไม่ลงถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ค่าไฟสูงขึ้นแต่ความเย็นไม่ดีขึ้น และคอมเพรสเซอร์มีอายุการใช้งานสั้นลง

Q6: ฝ้าสูงมีผลต่อการเลือก BTU ไหม

มี เพราะกำลังทำความเย็นคิดจากปริมาตรอากาศ ไม่ใช่พื้นที่พื้นอย่างเดียว เมื่อเพดานสูงขึ้น ปริมาตรอากาศที่ต้องทำความเย็นจะเพิ่มขึ้นแม้พื้นที่พื้นเท่าเดิม ห้องที่ฝ้าสูงเกิน 3 เมตรจึงควรขยับขึ้นไปอีกขั้น

Q7: แอร์อินเวอร์เตอร์ช่วยเรื่องการเลือกขนาดอย่างไร

อินเวอร์เตอร์ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ตามความต้องการทำความเย็น จึงรับมือกับขนาดที่ไม่พอดีเป๊ะได้ดีกว่าแบบไม่ใช่อินเวอร์เตอร์ แอร์ติดผนัง Midea ในไทยรุ่นอินเวอร์เตอร์ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ได้ตามความต้องการทำความเย็น

Q8: จะวัดขนาดห้องเองอย่างไร

วัดความยาวคูณความกว้างเพื่อหาพื้นที่เป็นตารางเมตร แล้วเทียบกับตารางเพื่อหาจุดตั้งต้น จากนั้นขยับขึ้นครึ่งขั้นถ้าฝ้าสูง ห้องโดนแดดจัด หรือมีคนอยู่ในห้องเป็นประจำหลายคน