เครื่องดูดควันที่เลือกมาถูกรุ่นและถูกขนาด สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้แทบทั้งหมด แต่การจะเลือกให้ตรงกับครัวคอนโดโดยเฉพาะนั้น มีรายละเอียดที่ต้องรู้
ครัวคอนโดมักมาพร้อมกับข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งพื้นที่แคบ การระบายอากาศที่ไม่ดีเท่าบ้าน และกฎของนิติบุคคลที่บางทีก็มีข้อห้ามเรื่องการเจาะผนังหรือติดตั้งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณต้องยอมทนกับกลิ่นควันและไอน้ำมันที่ฟุ้งเต็มห้องทุกครั้งที่ทำอาหาร
เครื่องดูดควันที่เลือกมาถูกรุ่นและถูกขนาด สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้แทบทั้งหมด แต่การจะเลือกให้ตรงกับครัวคอนโดโดยเฉพาะนั้น มีรายละเอียดที่ต้องรู้มากกว่าแค่ดูราคาหรือดีไซน์ที่ถูกใจ
เครื่องดูดควันในห้องครัวทำหน้าที่ ดูดควัน กลิ่นน้ำมัน และไอน้ำมัน ออกจากเตาทำอาหาร ทำให้กลิ่นอาหารไม่กระจายไปทั่วห้อง คราบไขมันไม่เกาะผนัง ฝ้า ตู้ และเฟอร์นิเจอร์ ทำให้พื้นที่ครัวดูน่าอยู่ ไม่มีกลิ่นอับหรือควันอันไม่พึงประสงค์
ครัวคอนโดโดยทั่วไปมักมีขนาดเล็ก บางทีเพียง 1.40-1.60 เมตร (บางโครงการก็เล็กกว่านี้) และส่วนมากจำกัดการต่อท่อออกไปด้านนอก ต้องใช้เครื่องดูดควันที่เหมาะสมกับพื้นที่ และการใช้งานเพราะ ขนาดตู้ครัวเล็ก ต้องติดเครื่องดูดควันที่กะทัดรัด ไม่สูงมาก และต้องเผื่อเรื่องกฎระเบียบอาคาร เช่น ห้ามต่อท่อออกไปด้านนอก ต้องใช้เครื่องดูดควันระบบหมุนเวียน หรือต่อท่อสั้นภายในอาคาร
- ติดตั้งบนผนังเหนือเตา ไม่กินพื้นที่
- ประสิทธิภาพดูดเทียบเท่าแบบกลางห้อง
- ราคาถูกกว่าแบบกลางห้อง
- เหมาะกับ ห้องครัวขนาดเล็ก–ปานกลาง
- ขนาดกะทัดรัดและบางที่สุด ติดใต้ตู้ลอยเหนือเตา
- ดึงเข้า–ออกได้คล้ายลิ้นชัก
- แรงดูดน้อยกว่าแบบอื่น
- เหมาะกับ ครัวเล็กในคอนโดที่ทำอาหารเบา ๆ
- ฝังในเคาน์เตอร์ครัวคล้ายเตาฝัง
- ดูดควันลงด้านล่างแทนด้านบน
- รองรับทั้งระบบท่อและระบบหมุนเวียนอากาศ
- เหมาะกับ ครัวที่ต้องการดีไซน์ทันสมัยและซ่อนอุปกรณ์ได้เรียบร้อย
เครื่องดูดควันสำหรับครัวคอนโดควรเลือกขนาดให้กว้างกว่าหรือเท่ากับเตาไฟประมาณ 10-20 ซม. เช่น เตา 60 ซม. ควรเลือกเครื่อง 70-90 ซม. เพื่อดูดควันได้ครอบคลุม นอกจากนี้ควรติดตั้งในระยะห่างจากเตาประมาณ 65-75 ซม. เพราะหากต่ำเกินไปไฟจะดับง่าย และสูงเกินไปก็ดูดควันได้ไม่ดี สำหรับประเภทที่เหมาะกับคอนโด แนะนำแบบ Slimline หรือ Under Cabinet ที่บางเบาและติดตั้งง่าย ไม่เกะกะพื้นที่
สำหรับครัวคอนโดไทยทั่วไป ขนาดยอดฮิตคือ 60-90 ซม. เพราะพอดีกับเตาแก๊สหรือเซรามิกแบบ built-in ลองวัดพื้นที่เหนือเตา ถ้ามีตู้แขวน ให้เลือกแบบฝังใน (Integrated Hood) เพื่อลดการใช้พื้นที่
เครื่องดูดควันสามารถกำจัดกลิ่นและควันได้จริง ขึ้นอยู่กับระบบที่เลือกใช้ โดยระบบท่อจะดูดควันและกลิ่นออกนอกอาคารได้เกือบ 100% เหมาะกับบ้านที่เจาะผนังได้ ส่วนระบบหมุนเวียนอากาศจะกรองกลิ่นผ่านแผ่นกรองคาร์บอน ลดกลิ่นได้ดีแต่ไม่หายสนิท เหมาะกับคอนโดที่เจาะผนังไม่ได้
อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพจะลดลงหากกำลังดูดต่ำเกินไป ติดตั้งผิดระยะ ไม่เปลี่ยนแผ่นกรองตามกำหนด หรือห้องครัวไม่มีอากาศถ่ายเท ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และหมั่นดูแลรักษาเครื่องสม่ำเสมอ
- เซ็นเซอร์ควันอัตโนมัติ ตรวจจับควันแล้วเปิดเอง ปรับระดับกำลังดูด
- ไฟ LED สว่างจ้าแบบประหยัดไฟ ไม่ร้อน
- รีโมท/แอปควบคุม เปิดจากโซฟาได้ เหมาะไลฟ์สไตล์วัยทำงาน เช่น Midea ที่เชื่อม WiFi
- Boost Mode เร่งดูดชั่วคราวสำหรับย่างบาร์บีคิว
- Eco Mode กินไฟน้อย เงียบ เหมาะสำหรับทำอาหารเบา ๆ
ระบบกรองอากาศของเครื่องดูดควันมี 2 ประเภทหลักค่ะ ประเภทแรกคือแผ่นกรองอลูมิเนียมที่มาพร้อมกับเครื่องส่วนใหญ่ ทำหน้าที่ดักจับน้ำมันและไขมันจากควัน โดยสามารถล้างทำความสะอาดได้ทุก 1-2 เดือน และบางรุ่นล้างในเครื่องล้างจานได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
ประเภทที่สองคือไส้กรองคาร์บอนที่ทำหน้าที่ดูดซับกลิ่น เหมาะกับเครื่องแบบหมุนเวียนอากาศที่ไม่มีท่อระบาย ต้องเปลี่ยนทุก 6–12 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากทำอาหารที่มีกลิ่นแรงบ่อย
เครื่องดูดควันควรมีความกว้างเท่ากับหรือมากกว่าเตาทำอาหารเล็กน้อย เพื่อให้ดูดควันได้ครอบคลุม เตาขนาด 60 ซม. ควรใช้เครื่องดูดควันกว้างอย่างน้อย 60 ซม. ถ้าเตากว้างกว่า ควรเลือกเครื่องที่กว้างกว่าด้วย
- เตาแก๊ส ควรห่างอย่างน้อย 65-75 ซม.
- เตาไฟฟ้าหรือเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ห่าง 50-65 ซม. ได้
- ระบบไฟ LED ช่วยให้มองเห็นอาหารขณะทำได้ชัดขึ้น ประหยัดพลังงานกว่าหลอดธรรมดา และอายุการใช้งานยาวนานกว่า
- ตัวจับเวลาปิดอัตโนมัติ มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ลืมปิดเครื่องหลังทำอาหารเสร็จ ช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งาน
- ระบบควบคุมแบบสัมผัสหรือรีโมต ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้น ปรับความเร็วได้ง่าย
- เมื่อปิดเครื่อง เครื่องจะทำงานต่ออีกสักพักเพื่อดูดควันและกลิ่นที่ยังเหลืออยู่ออกให้หมด ถือว่าฟังก์ชันเล็ก ๆ ที่ช่วยได้มากกว่าที่คิด
- ล้างแผ่นกรองอลูมิเนียมทุก 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับความถี่การทำอาหาร
- เช็ดทำความสะอาดผิวเครื่องด้านนอกเป็นประจำเพื่อป้องกันไขมันสะสม
- ดูดควันได้น้อยลงกว่าปกติ
- มีเสียงดังผิดปกติหรือเสียงสั่น
- กลิ่นในครัวยังติดอยู่แม้เปิดเครื่องแล้ว
- มีน้ำมันหยดจากเครื่อง
A: แบบระบบหมุนเวียน (Recirculating/Recycle) เพราะติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนังหรือเพดาน
A: ได้ แต่ควรเช็กกับนิติบุคคลก่อนว่าอนุญาตให้เจาะผนังหรือเดินท่อได้หรือไม่ หากไม่อนุญาต แนะนำเลือกแบบหมุนเวียนอากาศที่ไม่ต้องเจาะผนัง
A: ขึ้นอยู่กับระบบที่เลือก ระบบท่อกำจัดกลิ่นได้เกือบ 100% ส่วนระบบหมุนเวียนอากาศลดกลิ่นได้ดีแต่ไม่หายสนิท ควรเปิดหน้าต่างช่วยด้วย
A: แนะนำให้เรียกช่างมาติดตั้งเพื่อความปลอดภัยและความสวยงามจะดีกว่า
A: ควรทำความสะอาดแผ่นกรองอลูมิเนียมทุก 1-2 เดือน และเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอนทุก 6-12 เดือน