การทำความสะอาดแอร์แบ่งเป็นสามส่วน คือแผ่นกรอง คอยล์เย็น และส่วนที่ต้องให้ช่างดูแล บทความนี้อธิบายว่าแต่ละส่วนควรทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน ระบบล้างตัวเองทำได้ถึงไหน พร้อมการทำงานของ I-Clean และ Auto Dedusting จาก Midea
แอร์ในไทยเปิดใช้งานกันแทบทั้งปี การทำความสะอาดตามรอบจึงเป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการรักษาความเย็นและคุมค่าไฟ
แต่การทำความสะอาดไม่ได้ต้องลงมือเองทั้งหมด งานทำความสะอาดแอร์แบ่งออกเป็นสามส่วน แต่ละส่วนดูแลคนละแบบ
แผ่นกรอง ทำเองได้
คอยล์เย็นในตัวเครื่อง จุดที่ฝุ่นสะสมมากที่สุด รุ่นที่มีระบบล้างตัวเองจัดการได้เอง
ส่วนอื่น ๆ ต้องให้ช่างใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง
บทความนี้อธิบายว่าแต่ละส่วนควรทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน ระบบล้างตัวเองทำได้ถึงขั้นไหน และ แอร์ Midea รองรับเรื่องนี้อย่างไร
แผ่นกรองเป็นส่วนที่เข้าถึงง่ายที่สุด และเป็นส่วนที่มักถูกลืมบ่อยที่สุดเช่นกัน
เมื่อแผ่นกรองอุดตัน ปริมาณลมจะลดลง เครื่องต้องใช้กำลังมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม ค่าไฟจึงสูงขึ้นตาม และห้องเย็นช้ากว่าเดิม
แนะนำให้ถอดออกมาล้าง ทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ หากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นมากหรือเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ให้ล้างถี่ขึ้นได้
ขั้นตอนนี้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์และไม่ต้องนัดช่าง ถือเป็นข้อที่คุ้มค่าที่สุด
คอยล์เย็นอยู่ภายในชุดคอยล์เย็น ขณะทำความเย็นผิวคอยล์จะมีน้ำกลั่นตัวเกาะอยู่ ฝุ่นในอากาศจึงติดตามไปด้วย ความชื้นในไทยทำให้ฝุ่นที่เกาะแล้วแห้งช้า สะสมขึ้นเป็นชั้น และกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่แบคทีเรียเติบโตได้
เมื่อคอยล์เย็นมีฝุ่นสะสมมาก อาจทำให้ปริมาณลมลดลง การทำความเย็นช้าลง และใช้พลังงานมากขึ้น จึงเป็นหนึ่งในจุดที่ควรดูแลเป็นประจำ
สัญญาณที่ชัดที่สุดคือ กลิ่นอับในนาทีแรกหลังเปิดเครื่อง และจะรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาการใช้งาน
จุดนี้เข้าถึงเองไม่ได้ เดิมทีจึงต้องรอให้ช่างมาล้าง ส่วนรุ่นที่มีระบบล้างตัวเองจะจัดการได้เอง
I-Clean ของ Midea ใช้น้ำและน้ำแข็งจริง ไม่ใช่แค่เป่าลม ทำงานสี่ขั้นตอนใน 42 นาที
ขั้นตอน |
เวลา |
ทำอะไร |
ควบแน่นน้ำ |
ประมาณ 10 นาที |
ทำงานในโหมดทำความเย็นที่ลมระดับกลาง ให้น้ำเกาะผิวคอยล์เพื่อทำให้ฝุ่นชุ่มน้ำ |
เคลือบน้ำแข็ง |
ประมาณ 10 นาที |
อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า -10°C เกิดชั้นน้ำแข็งห่อหุ้มฝุ่นและแบคทีเรีย |
ละลายน้ำแข็ง |
ประมาณ 10 นาที |
น้ำแข็งละลายและชะล้างสิ่งสกปรกออกไปพร้อมน้ำ |
เป่าแห้ง |
ประมาณ 10 นาที |
เป่าแห้งภายในเพื่อป้องกันความชื้นตกค้างและเชื้อรา |
สั่งงานจากรีโมทได้โดยไม่ต้องถอดเครื่อง
ข้อนี้เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับระบบล้างตัวเอง จึงควรพูดให้ชัด
ระบบล้างตัวเองแทนการล้างโดยช่างได้ไม่ทั้งหมด
สิ่งที่ระบบดูแลคือผิวคอยล์เย็น ส่วนที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางได้แก่
โบลเวอร์
ถาดน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง
ชั้นลึกของคอยล์
ชิ้นส่วนพัดลมภายในชุดคอยล์เย็น
ความเข้าใจที่ถูกต้องคือ ระบบล้างตัวเองช่วยลดการทำความสะอาดด้วยมือลงมาก และชะลอการสะสมของฝุ่นภายในเครื่อง แต่ยังแนะนำให้ล้างโดยช่างปีละครั้ง
นอกจากการล้างตามรอบแล้ว หากพบอาการเหล่านี้ ไม่ต้องรอรอบถัดไป
ล้างแผ่นกรองแล้ว กลิ่นอับยังไม่หาย
เย็นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หรือค่าไฟสูงขึ้นทั้งที่ใช้งานเท่าเดิม
ชุดคอยล์เย็น มีละอองน้ำออกมาพร้อมลม หรือมีน้ำหยดใต้ตัวเครื่อง
มีเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนขณะทำงาน
เห็นคราบสีดำหรือสีเทาชัดเจนบริเวณช่องลมออก
ครีบระบายความร้อนของชุดคอยล์ร้อนอยู่กลางแจ้งตลอดเวลา ทรายและฝุ่นจึงเกาะอยู่ระหว่างครีบและมีผลต่อประสิทธิภาพการระบายความร้อน
Auto Dedusting ของ Midea อยู่ในระบบป้องกัน Prime Guard เมื่อปิดเครื่อง ใบพัดของชุดคอยล์ร้อนจะหมุนย้อนกลับเพื่อขับทรายและฝุ่นที่สะสมออก ช่วยลดการสะสมของทรายและฝุ่นบนครีบระบายความร้อน และช่วยรักษาประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างรอบบำรุงรักษา
ตัวครีบเองใช้ Hyper Grapfins สารเคลือบกราฟีน ทนการกัดกร่อนได้ 12.5 เท่า ของสารเคลือบสีฟ้าทั่วไป ผ่านการตรวจสอบโดย Intertek รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่4 จุดที่บอกว่าแอร์ทนทานจริง
นอกจากระบบล้างตัวเองแล้ว สิ่งเหล่านี้มีผลกับความง่ายในการดูแลประจำวันเช่นกัน
ฝาหน้าเปิดง่ายหรือไม่ ถ้าถอดแผ่นกรองได้สะดวก โอกาสที่จะล้างตามรอบก็มากขึ้น
แผ่นกรองล้างน้ำได้ไหม และแห้งเร็วแค่ไหน
ความสะดวกในการซ่อมบำรุง แผงวงจรของแอร์ติดผนัง Midea ถอดออกได้ใน 5 ขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุง 32% ส่วนมอเตอร์พัดลมถอดออกได้ใน 4 ขั้นตอน เพิ่มขึ้น 72% การออกแบบนี้ช่วยให้ช่างเข้าถึงและเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ง่ายขึ้น และอาจช่วยลดเวลาในการซ่อมบำรุง
แอร์ติดผนังของ Midea ในไทยมีสองซีรีส์ ทั้งสองซีรีส์มีระบบ I-Clean
ครอบคลุม 9,360 ถึง 24,566 BTU พร้อม AI Humidity Control และ Silent Mode บ้านที่หน้าฝนห้องอับง่าย หรือให้ความสำคัญกับความเงียบในเวลากลางคืน ซีรีส์นี้ตอบโจทย์
ครอบคลุม 9,360 ถึง 24,000 BTU พร้อมการออกแบบที่ทำให้เปลี่ยนแผงวงจรได้สะดวก
ค่าความสามารถในการทำความเย็น ค่า SEER และระดับฉลากประหยัดไฟควรตรวจสอบตามรุ่นและขนาด BTU ที่เลือก สเปกและราคาดูได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์แอร์ติดผนัง รวมถึงร้านค้าทางการบน Shopee และ Lazada
ส่วนการเลือกขนาดให้พอดีกับห้อง ดูวิธีคำนวณได้ที่คู่มือเลือกขนาด BTU ให้พอดีกับห้อง
ส่วน |
ความถี่ |
ใครดูแล |
แผ่นกรอง |
ทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ |
ทำเอง |
คอยล์เย็น |
เดือนละครั้ง |
เครื่องทำเอง ด้วย I-Clean |
ครีบระบายความร้อนชุดคอยล์ร้อน |
ทุกครั้งที่ปิดเครื่อง |
เครื่องทำเอง ด้วย Auto Dedusting |
โบลเวอร์ ถาดน้ำทิ้ง คอยล์ชั้นลึก |
ปีละครั้ง |
ช่าง |
Q1: มีระบบล้างตัวเองแล้ว ยังต้องให้ช่างล้างแอร์อีกไหม
ยังต้อง ระบบล้างตัวเองดูแลผิวคอยล์เย็น ส่วนโบลเวอร์ ถาดน้ำทิ้ง คอยล์ชั้นลึก และชิ้นส่วนพัดลมภายใน ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง ระบบล้างตัวเองช่วยลดการทำความสะอาดด้วยมือลงมาก แต่ยังแนะนำให้ล้างโดยช่างปีละครั้ง
Q2: แผ่นกรองควรล้างบ่อยแค่ไหน
แนะนำทุก 2 ถึง 4 สัปดาห์ ทำเองได้ หากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นมากหรือเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ให้ล้างถี่ขึ้น แผ่นกรองที่อุดตันทำให้ปริมาณลมลดลง เครื่องต้องใช้กำลังมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม
Q3: I-Clean ทำความสะอาดอย่างไร
สี่ขั้นตอนรวม 42 นาที เริ่มจากทำให้น้ำเกาะผิวคอยล์เพื่อให้ฝุ่นชุ่มน้ำ จากนั้นลดอุณหภูมิต่ำกว่า -10°C ให้เกิดชั้นน้ำแข็งห่อหุ้มฝุ่นและแบคทีเรีย แล้วละลายน้ำแข็งเพื่อชะล้างออก และเป่าแห้งป้องกันเชื้อรา สั่งงานจากรีโมทได้โดยไม่ต้องถอดเครื่อง
Q4: เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นอับ เกิดจากอะไร
ส่วนใหญ่มาจากฝุ่นและความชื้นที่สะสมบนคอยล์เย็น ให้ล้างแผ่นกรองก่อน แล้วสั่ง I-Clean หนึ่งรอบ หากกลิ่นยังไม่หาย แนะนำให้นัดช่างมาล้างถาดน้ำทิ้งและโบลเวอร์ซึ่งเป็นส่วนที่เข้าถึงเองไม่ได้
Q5: ชุดคอยล์ร้อนต้องทำความสะอาดด้วยไหม
ต้อง ฝุ่นที่เกาะครีบระบายความร้อนมีผลต่อการระบายความร้อน ทำให้เย็นช้าลงและค่าไฟสูงขึ้น Auto Dedusting ของ Midea จะหมุนใบพัดย้อนกลับเพื่อขับฝุ่นออกเมื่อปิดเครื่อง ส่วนการล้างชั้นลึกยังให้ช่างดูแลพร้อมกันในรอบบำรุงรักษาประจำปี