พัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว พัดลมเป็นตัวช่วยสร้างความเย็นสบาย
พัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว พัดลมเป็นตัวช่วยสร้างความเย็นสบายให้กับบ้านเราได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อใช้งานมานาน พัดลมก็อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นหัวพัดลมไม่ส่ายไปมา ใบพัดไม่หมุน หรือแม้แต่กดสวิตช์เปิดแล้วเครื่องไม่ติดเลย
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อพัดลมมีปัญหาก็ต้องเรียกช่างหรือซื้อเครื่องใหม่ทันที แต่ความจริงแล้ว ปัญหาพัดลมส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคมากนัก และที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเงินค่าจ้างช่างหรือซื้อเครื่องใหม่อีกด้วย ไม่ว่าพัดลมของคุณจะเป็นแบบตั้งพื้น แบบติดผนัง หรือแบบตั้งโต๊ะ หลักการทำงานและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก็มีความคล้ายคลึงกัน มาเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการดูแลและซ่อมแซมพัดลมของคุณเองกันเลย
ปัญหานี้พบได้ทั้งพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมเพดาน และพัดลมติดผนัง สาเหตุหลักส่วนใหญ่คือไฟฟ้าไม่เข้าเครื่อง สามารถแบ่งเป็นสองกรณีใหญ่ ๆ คือปัญหาจากภายนอกและภายใน คุณสามารถลองตรวจสอบทีละอย่าง ดังนี้
ขั้นตอนแรกที่ง่ายที่สุดคือการตรวจสอบว่าปลั๊กไฟเสียบแน่นดีหรือไม่ ลองถอดปลั๊กออกแล้วเสียบใหม่ ตรวจสอบว่าสายไฟไม่ขาดหรือชำรุด และทดลองเสียบปลั๊กไฟกับเต้าเสียบอื่นเพื่อดูว่าเต้าเสียบเดิมอาจมีปัญหาหรือไม่ หากบ้านคุณมีเบรกเกอร์ก็ควรตรวจสอบว่าเบรกเกอร์ไม่ได้ตัดอยู่
ดูที่สายไฟตลอดความยาวว่ามีรอยฉีกขาด หรือส่วนที่เป็นรอยไหม้หรือไม่ บริเวณที่เชื่อมต่อกับตัวปลั๊กและตัวพัดลมเป็นจุดที่มักเกิดปัญหา หากพบว่าสายไฟชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย
สวิตช์ที่ใช้มานานอาจมีสนิมหรือสัมผัสภายในหลวม ลองกดสวิตช์หลายครั้งเพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองหรือไม่ หากสวิตช์ชำรุดจริงอาจต้องเปลี่ยนสวิตช์ใหม่ ซึ่งไม่ยากและมีขายตามร้านอะไหล่ทั่วไป
โดยเฉพาะพัดลมเก่า ๆ ที่มีฟิวส์กระจกซ่อนอยู่ในปลั๊กหรือตัวเครื่อง ถ้าลวดขาดตรงกลาง แสดงว่ามีปัญหาที่ฟิวส์ คุณสามารถเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ได้ โดยหาซื้อได้ตามร้านค้าที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป หลังเปลี่ยนแล้วทดสอบเปิดเครื่องดู ถ้าฟิวส์ขาดซ้ำ ๆ อาจมีชิ้นส่วนอื่นลัดวงจร ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
การส่ายหัวคือฟีเจอร์ยอดฮิตของพัดลมที่จะช่วยกระจายลมได้ทั่วห้อง แต่ถ้าพัดลมส่ายไม่ได้ มักเกิดจากกลไกส่ายเสียหาย ควรเริ่มตรวจจากปุ่มส่ายบนตัวเครื่อง ถ้ากดแล้วไม่ตอบสนอง ให้ถอดฝาครอบดูกลไกด้านใน ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์เล็กสำหรับส่ายและเฟืองพลาสติก
ให้เริ่มเช็กที่เฟืองส่ายก่อน ถ้าพลาสติกแตกหักหรือหลวม ให้งัดออกแล้วเปลี่ยนชิ้นใหม่ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านอะไหล่พัดลม ราคาประมาณ 50-100 บาท ต่อเข้าไปตามร่องเดิม แต่ถ้าเฟืองยังดีแต่ไม่ขยับ ปัญหาอาจจะเป็นมอเตอร์ส่ายขาดไฟหรือแบริ่งแห้ง สามารถแก้ไขด้วยการหยดน้ำมันหล่อลื่นลงเพลาส่าย แล้วทดสอบด้วยการกดปุ่ม ถ้ายังไม่ได้ ลองปรับสปริงยึดหัวพัดลมให้แน่นขึ้น โดยคลายน็อตกลางแล้วขันใหม่
เมื่อกดเปิดพัดลมแล้วได้ยินเสียงมอเตอร์ทำงานแต่ใบพัดไม่หมุนหรือหมุนช้ามาก แสดงว่าต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหา สามารถตรวจสอบได้ดังนี้
บางครั้งน็อตที่ยึดใบพัดกับแกนมอเตอร์อาจหลวม ทำให้ใบพัดลื่นและไม่หมุนตามมอเตอร์ ลองปิดพัดลมและใช้มือหมุนใบพัดเบา ๆ หากหมุนได้ง่ายเกินไปแสดงว่าต้องขันน็อตให้แน่นขึ้น โดยใช้ประแจที่เหมาะสมขันน็อตตรงกลางใบพัด แต่อย่าขันแน่นจนเกินไปเพราะอาจทำให้เกลียวเสียได้
ฝุ่นและสิ่งสกปรกที่สะสมในตัวมอเตอร์อาจทำให้แบริ่งติดขัดและใบพัดหมุนได้ยาก ควรถอดฝาครอบออกและใช้แปรงนุ่ม ๆ ปัดฝุ่นออก จากนั้นหยดน้ำมันหล่อลื่นลงที่แบริ่งเพียงเล็กน้อย อย่าใช้มากเกินไปเพราะอาจทำให้ฝุ่นเกาะง่ายขึ้น หลังจากหยดน้ำมันแล้วให้หมุนแกนด้วยมือเบา ๆ เพื่อให้น้ำมันซึมเข้าไปทั่ว
- ตรวจสอบขดลวดมอเตอร์ หากทำทุกขั้นตอนแล้วยังไม่ได้ผล อาจเป็นไปได้ว่าขดลวดภายในมอเตอร์ขาดหรือไหม้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนกว่าและอาจต้องเปลี่ยนมอเตอร์ใหม่ทั้งตัว กรณีนี้ควรปรึกษาช่าง เพราะการเปลี่ยนมอเตอร์ต้องใช้ความรู้และเครื่องมือเฉพาะทาง
อย่างน้อยเดือนละครั้ง ควรถอดตะแกรงและใบพัดออกมาทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับ สำหรับส่วนที่เป็นมอเตอร์ใช้แปรงปัดฝุ่นหรือเป่าลมแทนการล้างน้ำ
ควรหยดน้ำมันหล่อลื่นที่จุดหล่อลื่นของแบริ่งเพียงเล็กน้อย อย่าให้มากเกินไปเพราะจะดึงดูดฝุ่น
ดูสายไฟว่ามีรอยฉีกขาดหรือไหม้หรือไม่ หากพบควรเปลี่ยนทันที
อย่าเปิดพัดลมทิ้งไว้ตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยไม่จำเป็น ควรให้พัดลมพักบ้างเพื่อไม่ให้มอเตอร์ร้อนเกินไป
ไม่ควรตั้งพัดลมในที่มีฝุ่นมาก ใกล้กับน้ำ หรือสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท
การดูแลรักษาเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พัดลมทำงานได้ดีและนานขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า เพราะพัดลมที่สะอาดและได้รับการบำรุงรักษาดีจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ถ้าคุณต้องการที่จะตรวจเช็กความผิดปกติ ต้องถอดปลั๊กก่อนเสมอและระวังส่วนประกอบที่อาจมีไฟฟ้าสะสมอยู่ หากพบปัญหาที่ซับซ้อนหรือไม่แน่ใจในขั้นตอนใด อย่าลังเลที่จะปรึกษาช่างมืออาชีพเพื่อความปลอดภัยของคุณเองและคนในบ้าน